สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม

สน.ท่าข้าม โครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

  วันพุธที่ 14 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.สยาม บุญสม รอง ผบช.น. (น.8) ประธานพิธีเปิด โครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย -หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนส่วนราชการ -พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 -พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี รอง ผบก.น.9 -พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 -พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง รอง ผบก.น.9 -พ.ต.อ.กิตติพงศ์ พันธ์ศรี รอง ผบก.น.9 -พ.ต.อ.วิวัฒนชัย บุญญานุพงศ์ ผกก.ฝอ.บก.น.9 -พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.ท่าข้าม -พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ สุภาพงษ์  รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม -นายสมศักดิ์ ศรีวิมลศิริ ประธาน กต.ตร.สน.ท่าข้าม และคณะ -ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดท่าข้าม -ผู้แทนสำนักงานเขตบางขุนเทียน -ข้าราชการตำรวจจิตอาสาในสังกัด บก.น.9 และประชาชนจิตอาสา      จัดกิจกรรมกิจกรรมโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมร่วมกันพัฒนาพระอุโบสถวัดท่าข้าม  เทน้ำหมักชีวภาพฟื้นฟูคลองสาธารณะ ทาสีขอบสะพาน มอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์กีฬา ให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดท่าข้าม ณ ลานโดม อเนกประสงค์ โรงเรียนวัดท่าข้าม แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ข้าราชการตำรวจจิตอาสา , ผู้แทนส่วนราชการ และประชาชนจิตอาสา รวมทั้งสิ้น 270 นาย

สน.ท่าข้าม ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนผู้มารับบริการหรือมาติดต่อราชการร่วมประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ตามแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก EIT

วันนี้ 29 พ.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนผู้มารับบริการหรือมาติดต่อราชการ ของ สน.ท่าข้าม ร่วมประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ตามแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก EIT ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2566 Previous Next

สน.ท่าข้าม ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนผู้มารับบริการหรือมาติดต่อราชการ ของ สน.ท่าข้าม ร่วมประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน

วันนี้ 25 พ.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนผู้มารับบริการหรือมาติดต่อราชการ ของสน.ท่าข้าม ร่วมประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ตามแบบประเมิน EIT ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2566 Previous Next

คณะตรวจประเมินของ บช.น. มาตรวจประเมินการยกระดับการบริการประชาชน ณ สน.ท่าข้าม

18พ.ค.66 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. และคณะตรวจประเมินของ บช.น., พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง รอง ผบก.น.9 และคณะตรวจประเมินของ บก.น.9, มาตรวจประเมินการยกระดับการบริการประชาชน ณ สน.ท่าข้าม โดยมี พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.ท่าข้าม, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ร่วมต้อนรับ และรับการตรวจประเมิน จากคณะผู้ตรวจ บช.น.

ศลต.ตร. สรุปจำนวนคดีและผลคำพิพากษาของศาลเกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียง

วันนี้ (21 เม.ย.66) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ศูนย์รักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เปิดเผยว่า ศลต.ตร.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้แถลงในการประชุมเปิดศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียง วานนี้ ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงทั้งหมด 639 ป้ายนั้น เกิดจากหลายสาเหตุ แยกออกเป็นเหตุจำนวน 54 คดี มีการดำเนินคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว และมีคำพิพากษาของศาลแล้ว จำนวน 4 คดี ซึ่งคำพิพากษามีตั้งแต่ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน (ความผิดเสพยาเสพติด จำคุก 1 เดือน เพิ่มโทษกรณีกระทำผิดซ้ำอีก 1 เดือน และกรณีทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 1 เดือน) และมีคำพิพากษาให้จำคุก 2 เดือน โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 1 ปี และปรับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล จำนวน 1 คดี , แจ้งข้อกล่าวหาแล้วอยู่ระหว่างการรอผลประวัติ และใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการทางจิตเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน จำนวน 1 คดีและอยู่ระหว่างการสืบสวน จำนวน 27 คดี ไม่ประสงค์ดำเนินคดี ผู้เสียหายมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ยอมความในชั้นสอบสวน จำนวน 18 คดี พบปรากฏข่าวในหน้าสื่อโซเชียล หรือ โทรทัศน์ เมื่อไปตรวจสอบแล้ว เป็นเหตุจากภัยธรรมชาติ , ไม่พบป้ายที่ถูกทำลายนั้นๆ และ ไม่มีการมาลงประจำวันแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้เสียหาย จำนวน 3 คดี นอกจากนี้ โฆษก ศลต.ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกกองบัญชาการ ประสานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อทำการจัดการอบรมความรู้ในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ.2566 เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายเข้าใจบทบาทและหน้าที่ตามกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และคำสั่งของ กกต. ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ พร้อมกำชับให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง หากพี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวก หรือพบเห็นการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 , 1599 หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมที่จะดูแล บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนในทุกภารกิจ สรุปคดีและผลพิพากษา กรณีทําลายป้ายหาเสียง

เลือกตั้งวุ่น พบทำลาย 639 ป้ายหาเสียง

  ศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปจำนวนคดีและผลคำพิพากษาของศาลเกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียงเลือกตั้ง 639 ป้าย แยกเป็น 54 คดี ตร.วอน ปชช.พบเห็นการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191, 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 21 เม.ย.66 พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร./ โฆษก ศูนย์รักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เปิดเผยว่า ศลต.ตร.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร. ได้แถลงในการประชุมเปิดศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียง วานนี้ ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงทั้งหมด 639 ป้ายนั้น เกิดจากหลายสาเหตุ แยกออกเป็นเหตุจำนวน 54 คดี 1. มีการดำเนินคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว และมีคำพิพากษาของศาลแล้ว จำนวน 4 คดี ซึ่งคำพิพากษามีตั้งแต่ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน (ความผิดเสพยาเสพติด จำคุก 1 เดือน + เพิ่มโทษกรณีกระทำผิดซ้ำอีก 1 เดือน และกรณีทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 1 เดือน) และมีคำพิพากษาให้จำคุก 2 เดือน โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 1 ปี และปรับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท 2. อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล จำนวน 1 คดี, แจ้งข้อกล่าวหาแล้วอยู่ระหว่างการรอผลประวัติ และใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการทางจิตเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน จำนวน 1 คดี 3. อยู่ระหว่างการสืบสวน จำนวน 27 คดี 4. ไม่ประสงค์ดำเนินคดี ผู้เสียหายมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน / ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ยอมความในชั้นสอบสวน จำนวน 18 คดี 5. พบปรากฏข่าวในหน้าสื่อโซเชียล หรือโทรทัศน์ เมื่อไปตรวจสอบแล้ว เป็นเหตุจากภัยธรรมชาติ, ไม่พบป้ายที่ถูกทำลายนั้นๆ และไม่มีการมาลงประจำวันแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้เสียหาย จำนวน 3 คดี นอกจากนี้ โฆษก ศลต.ตร. กล่าวว่า ผบ.ตร. ได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกกองบัญชาการ ประสานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อทำการจัดการอบรมความรู้ในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ.2566 เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายเข้าใจบทบาทและหน้าที่ตามกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และคำสั่งของ กกต. ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ พร้อมกำชับให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง หากพี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวก หรือพบเห็นการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191, 1599 หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมที่จะดูแล บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนในทุกภารกิจ https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2685166

รวบแล้ว!! อดีต พนง.ส่งเอกสารตกงาน วิ่งราวทองหาเงินซื้อนม-ผ้าอ้อมลูก

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 1 เม.ย.66 พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.ท่าข้าม และ พ.ต.ท.ประทีป กาวิน รอง ผกก.สส.บก.น.9 สนธิกำลังเข้าจับกุม นายคณปติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์ ร้านทองออโรร่า สาขาบิ๊กซีพระราม 2 พร้อมของกลางพระเลี่ยมทอง 1 องค์ ตั๋วจำนำ 1 ใบ เงินสด 10,200 บาท รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีแดง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เเละเสื้อผ้า 1 ชุด โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ถนนกาญจนาภิเษก ซอย 8 แขวงและเขตบางแค กทม. การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ท่าข้าม รับแจ้ง เหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านทองออโรร่า สาขาบิ๊กซีพระราม 2 โดยคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น ทำทีเข้าไปขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และพระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทองคำ หนัก 1 กรัม มูลค่ารวม 40,920 บาท จากพนักงาน เมื่อพนักงานหยิบให้คนร้ายก็รีบวิ่งหนีออกจากร้านไป เมื่อชุดคลี่คลายคดีตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายรายนี้คือ นายคณปติ  ใช้ รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีแดง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะในการหลบหนี เบื้องต้นจึงนำกำลังไปดักซุ่มที่บ้านพักเมื่อเจ้าตัวปรากฏกายจึงสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลางทั้งหมด สอบสวน นายคณปติ ยอมรับว่า ตนไม่เคยทำผิดและไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน อดีตเคยเป็นพนักงานขับรถ จยย.ส่งเอกสาร ปัจจุบันตกงานมาได้นาน 2 เดือนแล้ว ประกอบกับภรรยาเพิ่งคลอดบุตรชาย อายุได้ไม่ถึง 1 เดือน ทำให้เงินไม่พอใช้ ก่อนเกิดเหตุต้องการหาเงินไปซื้อผ้าอ้อมและนมให้ลูก จึงวางแผนวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมทอง จากร้านดังกล่าว พอได้ทรัพย์สินมา ก็รีบขี่รถ จยย.ออกจากจุดเกิดเหตุนำสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาทไปจำนำที่ร้านทองย่านถนนกำนันเเม้น ได้เงินมา 26,000 บาท โดยเก็บพระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทองเอาไว้ จากนั้นนำเงินไปซื้อนมและผ้าอ้อมตุนไว้ให้ลูกชาย จำนวน 15,800 บาท เหลือเงินอยู่ 10,200 บาท กลับบ้านและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม เบื้องต้น นายคณปติ จึงถูกแจ้งข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ก่อนถูกควบคุมตัวส่ง ร.ต.อ.มอ ระนา รอง สว.(สอบสวน) สน.ท่าข้าม เจ้าของคดีดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Clinic Police ITA 2023 (กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1)

                               วันที่ 20 มีนาคม 2566 สำนักงาน ป.ป.ช. โดยสำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส จัดกิจกรรม Clinic Police ITA 2023 (กองบัญชาการ                            ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1) โดยมี พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ และ                   นายทวิชาติ นิลกาญจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ โรงแรมรามาการ์เด็นส์ กรุงเทพ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร                  โดยมีวัตถุประสงค์เพี่อทบทวนและให้คำปรึกษาการเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียภายในการเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วน                     เสียภายนอก ขั้นตอนการจัดเตรียมและเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ รวมถึงการฝึกปฏิบัติการใช้งานระบบ POLICEITA ให้กับผู้แทนสถานีตำรวจในสังกัดกอง                         บัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1                  สำหรับการดำเนินกิจกรรมฯ ประกอบด้วยการบรรยายและฝึกปฏิบัติ โดย นางสาวชนิดา อาคมวัฒนะ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบและวิชาการ สำนักประเมิน                         คุณธรรมและความโปร่งใส สำนักงาน ป.ป.ช.และคณะ บรรยายและฝึกปฏิบัติให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ใน 4 เรื่อง ได้แก่                       1. ทบทวนและให้คำปรึกษา แนวทางการเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency                                 Assessment: IIT) ซึ่งเป็นแบบวัดที่เก็บจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีประเด็นการวัดการรับรู้ที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น ด้านการอำนวย                       ความสะดวก การให้บริการประชาชน การอำนวยความยุติธรรม การรับคำร้องทุกข์จากประชาชน การปฏิบัติอย่างเหมาะสมต่อผู้กล่าวหาหรือผู้ต้องหา หรือ                         พฤติกรรมในเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบนก่อให้เกิดความไม่โปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม หรือเป็นผู้ส่งเสริมหรือเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายเสียเอง                   นอกจากนี้ยังมีการวัดในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานในด้านอื่น ๆ เช่น การใช้จ่ายเงินงบประมาณ ค่าใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อสวัสดิการสืบสวนฯ การใช้                   อำนาจและตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ความโปร่งใส                 ในระบบการบริหารกำลังพล การใช้ทรัพย์สินของราชการ ระบบการจัดเก็บรักษาเงิน ทรัพย์สินของกลางในคดีหรือทรัพย์สินสิ่งของจากการรับบริจาค และการ                   ป้องกันการทุจริต                       2. ทบทวนและให้คำปรึกษา แนวทางการเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency                             Assessment:  EIT) ซึ่งเป็นแบบวัดที่เก็บจากผู้มารับบริการและประชาชน มีประเด็นการวัดการรับรู้ที่เกี่ยวข้องกับ คุณภาพการให้บริการ การอำนวยความ                       สะดวก การปฏิบัติอย่างเหมาะสมกับผู้เสียหายและผู้ต้องหา พฤติกรรมการรับสินบน รวมไปจนถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงการปฏิบัติงานของสถานี                   ตำรวจ อาทิ การปรับปรุงการให้บริการประชาชนที่ลดอุปสรรค ลดความยุ่งยาก การให้บริการ online การจัดสายตรวจ/ตั้งจุดสกัด การใช้เทคโนโลยีกล้อง                     CCTV เป็นต้น                       3. ขั้นตอนการจัดเตรียมและเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) ที่มุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลที่                     สอดรับกับการบริหารงานตำรวจและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน อาทิ คู่มือการให้บริการประชาชน E–Service แนวปฏิบัติในการจับหรือค้น แนวปฏิบัติในการใช้                   ดุลยพินิจไม่รับคำร้องทุกข์ในคดีอาญา แนวปฏิบัติในการสอบปากคำของพนักงานสอบสวน สิทธิของผู้เสียหายหรือเหยื่ออาชญากรรม และสิทธิผู้ต้องหา ฯลฯ                   เป็นต้น                       4. การให้คำปรึกษาและฝึกปฏิบัติ “การใช้งานระบบ POLICEITA” ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาขึ้นสำหรับรองรับการประเมิน online ในทุกเครื่องมืออย่างเต็มรูป                   แบบ ซึ่งเนื้อหาของหัวข้อบรรยายและฝึกปฏิบัติทั้ง 4 เรื่องนั้น นับว่าเป็นประเด็นสำคัญเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ อันจะนำไปสู่การช่วยยกระดับค่าคะแนน                       ITA ของสถานีตำรวจได้                        ที่มา : https://www.nacc.go.th/categorydetail/20180831184638361/20230320182513?

โครงการ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566) เวลา 12.30-14.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ผกก.สน.ท่าข้าม,  พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ สุภาพงษ์ รอง ผกก.ป.ฯ,พ.ต.ต.มงคล สังข์เพิ่ม สวป.ฯ มอบหมายให้ ร.ต.ต.วันชัย ทองวงสา รอง สว.(ป.)ฯ  ครูตำรวจ D.A.R.E.ฯ อบรมให้ความรู้กับเด็กนักเรียน ชั้น ป.5/2,5/4โรงเรียนวัดท่าข้าม จำนวน 80 คน  ตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน(D.A.R.E.ประเทศไทย)  และโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับภัยทางอินเตอร์เน็ต (D.a.r.e.2 C.a.r.e.)

สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม

© 2022 by thakhampolicestation