แนวทางการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 5 กลุ่มสายงาน ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565

แนวทางการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 5 กลุ่มสายงาน
อัตราค่าปรับ
อัตราค่าปรับ ข้อหาหรือฐานความผิดตามกฎหมายที่ควรทราบ 1. ข้อหา ฐานความผิด บทมาตรา และอัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2538)และการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิด นั้นให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ (กรมตำรวจ) ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 9 ก.ค. 40 และเพิ่มเติมฉบับที่ 4 ลงวันที่ 3 ธ.ค. 2540 ตามลำดับ ลำดับ ข้อหาหรือฐานความผิด อัตราโทษ อัตราตามข้อ กำหนด 1 นำรถที่ไม่มั่นคงแข็งแรงอาจเกิดอันตรายหรือทำให้เสื่อมเสีย สุขภาพอนามัย มาใช้ในทางเดินรถ ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 2 นำรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 3 นำรถที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดก๊าซ ฝุ่นควัน ละอองเคมี เกินเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดมาใช้ในทางเดินรถ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 500 บาท 4 นำรถที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดเสียงเกินเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดมาใช้ ในทางเดินรถ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 500 บาท 5 ขับรถในทางไม่เปิดไฟ หรือใช้แสงสว่างในเวลาที่มีแสง สว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวาง ในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะ 150 เมตร ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 200 บาท 6 ใช้สัญญาณไฟวับวาบผิดเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 300 บาท 7 ขับรถบรรทุกของยื่นเกินความยาวของตัวรถในทางเดิน รถไม่ติดธงสีแดง ไว้ตอนปลายสุดให้มองเห็นได้ภายในระยะ 150 เมตร ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 8 ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิด หรือ วัตถุอันตรายไม่จัดให้มีป้ายแสดงถึงวัตถุ ที่บรรทุก จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปรับ 300 บาท 9 ขับรถไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้คน สัตว์ หรือสิ่งของที่บรรทุก ตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจาก รถอันอาจก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ ทำให้ทางสกปรกเปรอะเปื้อน ทำให้เสื่อมเสียสุขภาพ อนามัยแก่ประชาชนหรือก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 10 ขับรถไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้หรือทำให้ปรากฏ ในทาง หรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ทราบ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 11 ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 12 ไม่หยุดรถหลังเส้น ให้รถหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดง ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท ลำดับ ข้อหาหรือฐานความผิด อัตราโทษ อัตราตามข้อ กำหนด 13 ขับรถไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ แสดงให้ปรากฏด้วยมือ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 14 ไม่หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด หรือหยุดรถห่างจากพนักงาน เจ้าหน้าที่น้อยกว่าสามเมตร ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 15 ทำให้ปรากฏซึ่งสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร ที่อธิบดีกำหนดในทางเดินรถโดยไม่มีอำนาจ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ – 16 ไม่ขับรถที่มีความเร็วช้าให้ใกล้ขอบทางด้านซ้ายในทาง เดินรถที่มีสวนกันได้ ปรับตั้งแต่ 200-500 บาท ปรับ 200 บาท 17 ไม่ขับรถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสารรถจักรยานยนต์ ที่มีความเร็วช้าในช่องเดินรถซ้ายสุด ในทางเดินรถที่แบ่ง ช่องเดินรถไว้ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป ปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท – 18 เลี้ยวรถหรือเปลี่ยนช่องเดินรถโดยไม่ให้สัญญาณ ปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ปรับ 400 บาท 19 ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 20 ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 2,000 -10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ – 21 ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร ปรับตั้งแต่ 400 – 1,000 บาท ปรับ 400 บาท 22 ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร (เว้นแต่รถเข็นสำหรับทารก คนป่วย หรือคนพิการ) ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท ปรับ 400 บาท 23 ขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นทางด้านซ้ายมือโดยไม่มีเหตุอันสมควร ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท ปรับ 400 บาท 24 ขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นขณะขึ้นทางชัน ขึ้นสะพาน หรืออยู่ในทางโค้ง ซึ่งไม่มีเครื่องหมายจราจรให้แซงได้ ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท ปรับ 400 บาท 25 ขับรถแซงขึ้นหน้ารถอื่นภายในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางแยก ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท ปรับ 400 บาท 26 ขับรถออกจากที่จอดเมื่อมีรถจอดหรือสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้าโดยไม่ให้สัญญาณมือหรือแขน หรือสัญญาณไฟ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 400 บาท 27 กลับรถในทางเดินรถกีดขวางการจราจร ปรับตั้งแต่ 200- 500 บาท ปรับ 200 บาท ลำดับ ข้อหาหรือฐานความผิด อัตราโทษ อัตราตามข้อ กำหนด 28 กลับรถในระยะ 100 เมตร จากเชิงสะพาน ปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ปรับ 400 บาท 29 กลับรถที่ทางร่วมทางแยก(เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรให้ กลับรถได้) ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท ปรับ 400 บาท 30 หยุดรถหรือจอดรถในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร ที่อธิบดีกำหนดในทางเดินรถโดยไม่มีอำนาจ ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 31 ไม่จอดรถทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 32 จอดรถไม่ขนานชิดกับขอบทางหรือไหล่ทางในระยะห่าง เกินกว่า 25 ซม. ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 33 หยุดรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุผลสมควร ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 34 หยุดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคาร หรือทางเดินรถ โดยไม่มีเหตุผลสมควร ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 35 จอดรถบนทางเท้า ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 36 จอดรถบนสะพานหรือในอุโมงค์ ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 37 จอดรถในทางร่วมทางแยก หรือภายในระยะ 10 เมตร จากทางร่วมทางแยก ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 38 จอดรถในเขตที่มีเครื่องหมายห้ามจอด ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 39 จอดรถภายในระยะ 15 เมตร ก่อนถึงเครื่องหมายหยุดรถ ประจำทางและเลยเครื่องหมายไปอีก 3 เมตร ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 40 จอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 42 ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเครื่องมือบังคับ รถ มิให้เคลื่อนย้าย จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือ ปรับไม่เกิน 5,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ – ลำดับ ข้อหาหรือฐานความผิด อัตราโทษ อัตราตามข้อ กำหนด 43 จอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางโดยไม่เปิดไฟ หรือใช้แสงสว่างเพียงพอ ที่จะเห็นรถที่จอดนั้นได้ชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร ปรับตั้งแต่ 200 – 500บาท ปรับ 200 บาท 44 ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด ปรับตั้งแต่ 200 – 500 บาท ปรับ 400 บาท 45 ไม่ยอมให้รถในทางร่วมทางแยกนั้นผ่านไปก่อน เมื่อขับรถถึงทางร่วมทาง แยกทีหลัง ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 46 ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วไม่หยุดช่วยเหลือแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ เคียง ทันที. จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 2,000 -10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ – 47 ขับรถแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร (เว้นแต่ กรณีจะเกิดอันตรายแก่ตนหรือแก่คนโดยสาร) ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 48 ไม่เดินบนทางเท้าหรือไหล่ทางเมื่อทางนั้น มีทางเท้าหรือไหล่ทางอยู่ข้างทางเดินรถ ปรับไม่เกิน 200 บาท ปรับ 100 บาท 49 เดินข้ามทางนอกทางข้าม เมื่อมีทางข้ามอยู่ภายในระยะ100 เมตร ปรับไม่เกิน 200 บาท ปรับ 100 บาท 50 ขี่ จูงไล่ต้อนหรือปล่อยสัตว์ไปบนทาง ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร และไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 51 วาง ตั้ง ยื่น หรือ แขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 52 ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย (มิให้ใช้บังคับแก่ภิกษุสามเณร นักพรต นักบวช ผู้นับถือลัทธิศาสนาที่ใช้ผ้าโพกศรีษะตามประเพณีนิยม ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 53 โดยสารรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย (มิให้ใช้บังคับแก่ภิกษุสามเณร นักพรต นักบวช ผู้นับถือลัทธิศาสนาที่ใช้ผ้าโพกศรีษะตามประเพณีนิยม ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 54 ยินยอมให้ผู้อื่นนั่งตอนหน้าแถวเดียวกับคนขับเกิน 2 คน ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 55 เป็นผู้ขับรถโดยสารประจำทาง รถบรรทุกคนโดยสารรถโรงเรียน รถแท็กซี่ ยินยอมให้ผู้โดยสารขึ้นหรือลง รถยนต์ในขณะที่รถหยุดเพื่อรอสัญญาณไฟ หรือหยุดเพราะติดการจราจร ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 56 ขับรถตามหลังรถฉุกเฉินซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในระยะไม่ถึง50 เมตร ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 57 กระทำด้วยประการใด ๆ บนทางอันเป็นการกีดขวางของการจราจร ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 58 ฝ่าฝืนคำสั่งข้อบังคับหรือระเบียบของเจ้าพนักงานจราจรซึ่งสั่งหรือประกาศ ห้าม หยุดหรือ จอด ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 2. ข้อหา ฐานความผิด บทมาตรา และอัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2537) ลำดับ ข้อหาหรือฐานความผิด อัตราโทษ 1 ใช้รถไม่จดทะเบียน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 2 ใช้รถไม่เสียภาษีประจำปีภายในเขตกำหนด ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 3 ใช้รถไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 4 ใช้รถไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 5 ใช้รถที่มีส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ไม่ครบถ้วน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 6 เปลี่ยนแปลงสีของรถผิดจากที่จดทะเบียนไว้ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 7 เปลี่ยนปลงตัวรถหรือ ส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดจากไปที่ จดทะเบียน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 8 ขับรถยนตร์ที่มีไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (รถป้ายแดง) ระหว่างพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น เวลากลางคืน) โดยไม่มีความจำเป็นและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 9 ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตขับรถ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 10 ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถที่จะแสดงได้ทันที (เว้นแต่ผู้ฝึกหัดขับรถตาม) ปรับไม่เกิน 1,000 บาท 11 ขับรถไม่มีสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถที่จะแสดงได้ทันที ปรับไม่เกิน 1,000 บาท 12 ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ เข้าขับรถของตน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 13 รับจ้างรถบรรทุกคนโดยสาร โดยใช้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เกิน 7 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 14 ขับรถระหว่างถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 15 ใช้เครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้สำหรับรถคันหนึ่งกับรถ อีกคันหนึ่ง ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ข้อหา ฐานความผิด บทมาตรา และอัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2537) ลำดับ ข้อหาหรือฐานความผิด อัตราโทษ 1 ประกอบการขนส่งประจำทางโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2 ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3 ประกอบการขนส่งด้วยรถขนาดเล็กโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4 ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 5 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้รถผิดประเภท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 6 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดจำนวนรถที่ต้องการใช้ใน การประกอบการขนส่ง ตามเส้นทางที่ใช้ในการประกอบ การขนส่ง ปรับตามจำนวนรถที่ขาด คันละไม่เกิน 5,000 บาท ต่อหนึ่งวัน จนกว่าปฏิบัติให้ ถูกต้อง 7 เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ลักษณะ ชนิด ขนาดและสีของรถ และเครื่องหมายของผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องให้ปรากฏ ประจำรถทุกคัน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท 8 เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง
แจ้งเบาะแสการกระทำผิดช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022

ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 สน.ท่าข้าม โดย พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.ท่าข้าม ฝากประชาสัมพันธ์ พี่น้องประชาชน หาก พบเห็นการเล่นการพนันฟุตบอล อันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โปรดแจ้ง สน.ท่าข้าม โทร 02-4162841 สน.ท่าข้าม ไม่สนับสนุนการเล่นการพนันทุกกรณี ฝากเตือนผู้เล่นพนันว่าท่านมีความผิดตามกฎหมาย มีความเสี่ยงต่อการเป็นหนี้สิน กระทบฐานะการเงินและชีวิตครอบครัว หากถูกจับกุม ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
“เชียร์บอล มันส์ให้สุด ไม่พนัน ก็มันส์ได้” เล่นพนันบอล ชีวิตพัง เจอจับแน่!! “ไม่มีคำว่ารวย”

“เชียร์บอล มันส์ให้สุด ไม่พนัน ก็มันส์ได้” เล่นพนันบอล ชีวิตพัง เจอจับแน่!! “ไม่มีคำว่ารวย” โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์รับแจ้ง โทร. 191 หรือ 1599
การดำเนินการทางวินัย ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 120

การดำเนินการทางวินัย ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 120 ผู้บังคับบัญชาต้องส่งสำนวนภายใน 60 วัน นับแต่ได้รับสำนวนที่ครบถ้วนสมบูรณ์ – ขยายได้ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน – หากไม่เสร็จให้ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือสั่งลงโทษแทน และให้สั่งลงโทษผู้บังคับบัญชาที่ไม่สั่ง โดยไม่ต้องสืบสวนหรือสอบสวน
พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 ประธานในพิธี “งานประจำปีหลวงพ่อเกศบล” ณ สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม

https://thakhampolicestation.com/wp-content/uploads/2022/06/2022-11-22.mp4พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 ประธานในพิธี “งานประจำปีหลวงพ่อเกศบล” ณ สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 ณ สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม เลขที่ 277 ถนนท่าข้าม23 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 เดินทางเป็นประธานในพิธี งานประจำปีหลวงพ่อเกศบล ซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ประจำสถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม โดยมี พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6, พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9, พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.ท่าข้าม, คุณ กฤษฎา ลิมปนะถาวร กต.ตร.สน.ท่าข้าม พร้อมคณะ กต.ตร. และที่ปรึกษา รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ และประชาชน เข้าร่วมในพิธีฯ โดยในช่วงเวลา 07:30 น.ได้มีการแจกคูปองรับถุงยังชีพให้กับประชาชนที่เดินทางมาเพื่อรับถุงยังชีพ จากนั้น เวลา 08:00 น.ได้แจกคูปองอาหารให้กับประชาชน โดยในวันนี้มีอาหารทั้งคาวหวาน รวมถึงน้ำและขนมแบบชนิดที่ให้รับประทานกันแบบจุกๆไปเลย ต่อจากนั้นเวลา 10:30 น.ได้เริ่มเข้าสู่พิธีทางคณะสงฆ์ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฯ ประธานในพิธีฯ พร้อมคณะ กต.ตร.ได้เริ่มแจกถุงยังชีพ ซึ่งในปีนี้มีจำนวน 1,000 ชุด พร้อมด้วยเงินอีก 200 บาท เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีฯในวันนี้
ตำรวจนครบาลเตือนภัย !

ตำรวจนครบาลเตือนภัย ! มิจฉาชีพอ้างเป็นตำรวจจราจร โทรทวงค่าปรับ อ้างมีใบสั่งฯ ตีเนียนขู่ออกหมายจับพร้อมแจ้งขั้นตอน – ช่องทาง ชำระค่าปรับ หลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ประชาสัมพันธ์มาตรการบังคับใช้กฎหมายจราจรโดยจะออกใบเตือน ออกหมายเรียก และออกหมายจับ แก่ผู้ที่ละเลยการชำระค่าปรับจราจรตามกฎหมาย พบว่ามีมิจฉาชีพอ้างเป็นตำรวจ โทรศัพท์ไปข่มขู่ประชาชน สวมรอยเป็นตำรวจจราจร แจ้งว่าเหยื่อได้รับใบสั่ง หากไม่โอนเงินเพื่อชำระค่าปรับ จะถูกออกหมายจับ จากกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2565 พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า กรณีมีประชาชนโทรมาแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1197 และมีข้อมูลปรากฏทางสื่อโซเซียลมีเดียว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร โทรทวงเงินค่าปรับใบสั่งจราจรที่ค้างชำระ โดยอ้างว่าผู้ที่รับสายได้กระทำผิดกฎหมายจราจร และหากไม่โอนเงินชำระค่าปรับจะออกหมายจับ นั้น “กรณีดังกล่าว กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอยืนยันว่าไม่มีการปฏิบัติโดยวิธีการโทรไปทวงให้ชำระค่าปรับและโอนเงินเพื่อชำระค่าปรับอย่างแน่นอน” โฆษก บช.น. กล่าวแจ้งข้อมูลเพื่อรู้เท่าทันมิจฉาชีพ ดังนี้ 1. เมื่อท่านกระทำผิดกฎหมายจราจร กรณีถูกกล้องตรวจจับกระทำความผิด เจ้าพนักงานจะนำส่งใบสั่งจราจรตามข้อหาที่กระทำความผิด ไปให้ท่านทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยการชำระค่าปรับ ผู้ที่ชำระจะต้องนำใบสั่งจราจรซึ่งจะมีแถบบาร์โค้ดปรากฏอยู่บริเวณมุมล่างซ้าย เพื่อใช้ยืนยันในการชำระทุกครั้งสามารถชำระค่าปรับได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.1) ทางธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้ทุกธนาคาร และตู้บุญเติม 1.2) จุดบริการชำระเงินอื่น ๆ ได้แก่ ไปรษณีย์ทุกสาขา และจุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่มีสัญลักษณ์ คำว่า “PTM” 1.3) สามารถเดินทางไปชำระได้ที่สถานีตำรวจทุกสถานี 2. กรณีหากผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจร ยังไม่ได้ชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นหน่วยงานผู้ออกใบสั่ง จะทำการออกใบเตือนส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเช่นเดียวกัน เพื่อแจ้งเตือนให้ชำระค่าปรับ “ไม่มีวิธีการให้เจ้าหน้าที่โทรไปแจ้งให้ชำระค่าปรับและโอนเงินมาให้โดยตรง” 3. การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ไม่มาชำระค่าปรับ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และหากมีการออกหมายเรียกจะดำเนินการเน้นหนักไปที่ผู้กระทำความผิดซ้ำซาก และเป็นข้อหาที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น ส่วนการออกหมายจับจะดำเนินการหลังจากมีการออกหมายเรียกไม่น้อยกว่า 2 ครั้งและผู้กระทำผิดไม่มาพบพนักงานสอบสวน จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับ “กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอยืนยันว่าทุกขั้นตอน จะไม่มีวิธีการแจ้งโทรไปให้ชำระค่าปรับ หรือขู่จะออกหมายจับอย่างแน่นอน จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบ และอย่าได้หลงเชื่อพวกมิจฉาชีพที่มีพฤติการณ์เช่นนี้ และในรูปแบบอื่น ๆ ที่หลอกลวงให้โอนเงินเป็นอันขาด และหากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่เพื่อดำเนินการต่อไป” พล.ต.ต.จิรสันต์ฯ กล่าวหากมีข้อสงสัยว่ามีใบสั่งค้างชำระหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ผ่านช่องทางใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน https://ptm.police.go.th #มั่นใจทุกข่าวสารตำรวจเพื่อคุณ #policeofficial #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คำแนะนำในการติดต่อสถานีตำรวจ
คำแนะนำในการติดต่อสถานีตำรวจ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการเมื่อท่านไปติดต่อที่สถานีตำรวจ ท่านควรเตรียมเอกสารต่างๆที่จำเป็นติดตัวไปด้วยคือ 1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือ ใบแทนฯ หรือ 2. บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ 3. ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือ 4. หนังสือเดินทาง (PASSPORT) สำหรับชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาภายในประเทศ 5. สำเนาทะเบียนบ้าน 6. ในกรณีที่ท่านจะไปร้องทุกข์ (แจ้งความ) โดยเป็นตัวแทนของผู้อื่นให้นำ หลักฐานต่างๆ ดังนี้ติดตัวไปด้วย 6.1 ใบสำคัญแสดงการเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ 6.2 ใบสำคัญแสดงการเป็นผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถ(ตามคำสั่งศาล) 6.3 ในกรณีที่ผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ ให้ท่านนำหลักฐานซึ่งแสดงว่าท่านเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานหรือสามีภรรยา (ซึ่งได้จดทะเบียนบ้าน,สูติบัตร,ใบทะเบียนสมรส ฯลฯ) มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6.4 ใบสำคัญแสดงการอนุญาตของสามีและภรรยาแล้วแต่กรณีให้ร้องทุกข์แทนหรือเป็นตัวแทนโดยสมบูรณ์ 6.5 ในกรณีที่เป็นผู้แทนของนิติบุคคลให้นำ (1) หนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลเป็นหลักฐานทั้งติดอากรแสดมป์ 5 บาท (2) หนังสือรับรองนิติบุคคลนั้นของกระทรวงพาณิชย์ แจ้งความบัตรประจำตัวประชาชนหาย กรุงเทพมหานคร แจ้งที่สถานีตำรวจต่างจังหวัด สามารถแจ้งความได้ที่ ที่ว่าการอำเภอ/กิ่งอำเภอหรือสถานีตำรวจอายุของบัตร– กำหนดให้ใช้ได้ 6 ปี เมื่อถึงกำหนดสิ้นอายุบัตร ต้องไปติดต่อขอทำบัตรใหม่ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่บัตรหมดอายุ เว้นแต่บัตรที่ยังไม่หมดอายุ ในวันที่ ผู้ถือบัตรมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ บัตรนั้นสามารถใช้ได้ต่อไปตลอดชีวิตความผิด– ผู้ถือบัตรผู้ใดไม่อาจแสดงบัตรได้ เมื่อเจ้าพนักงานตรวจบัตรขอตรวจมีโทษ ปรับไม่เกิน 100 บาท– ไม่ยื่นคำขอมีบัตรภายในกำหนดเวลามีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท– บัตรหมดอายุไม่ต่อบัตรภายในกำหนด หรือบัตรหายแล้วไม่ขอมีบัตรใหม่ ภายในกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท– ผู้ไม่มีสัญชาติไทย ผู้ใดยื่นคำขอมีบัตรโดยแจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือใช้บัตรซึ่งตนหมดสิทธิ์ใช้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท แจ้งความเอกสารสำคัญหาย เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์, จักรยานยนต์,โฉนดที่ดิน,ใบสำคัญประจำตัวต่างด้าว ฯลฯ มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้1. ยื่นคำร้องแจ้งว่าเอกสารดังกล่าวหาย ต่อสถานีตำรวจท้องที่ที่หาย2. เจ้าพนักงานตำรวจจะทำการสอบสวนว่าหายจริงหรือไม่ แล้วลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน3. เจ้าพนักงานตำรวจจะออกหลักฐานยืนยันไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป แจ้งความคนหาย หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. บัตรประจำตัวผู้หาย (ถ้ามี)2. ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) ผู้หาย3. ภาพถ่ายคนหาย (เป็นภาพถ่ายที่ใหม่ที่สุด)4. ใบสำคัญทางราชการ เช่น ใบเกิด,ใบสำคัญทหาร (ใบกองเกิน, กองหนุน) แจ้งความรถและเรือหาย หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. ใบทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หรือ พาหนะอื่นๆ ที่หาย2. ใบรับเงินหรือสัญญาซื้อขายเท่าที่มี3. ถ้าเป็นตัวแทนห้างร้าน บริษัท ไปแจ้งความควรมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของหรือผู้จัดการของห้างร้าน บริษัทนั้นๆ ไป รวมทั้งหนังสือรับรองบริษัทด้วย4. หนังสือเกี่ยวกับการติดต่อหรือเอกสารที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานได้ (ถ้ามี)5. หนังสือคู่มือประจำตัวรถที่ทางบริษัทห้างร้านจ่ายให้เป็นคู่มือถ้าไม่มีหนังสือคู่มือรถ ให้จำยี่ห้อ สี แบบ หมายเลขประจำวันเครื่องและตัวรถไปด้วย (ถ้ามี) แจ้งความอาวุธปืนหาย หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. ทะเบียนใบอนุญาตอาวุธปืน2. ใบเสร็จรับเงินที่บริษัทห้างร้ายขายปืนออกให้ แจ้งความทรัพย์สินหาย หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. ใบเสร็จรับเงินซื้อขาย หรือหลักฐานการแสดงการซื้อขายทรัพย์สินนั้น2. รูปพรรณทรัพย์สินนั้นๆ (ถ้ามี)3. ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่างๆ4. เอกสารสำคัญต่างๆ เท่าที่มี5. ในกรณีลักทรัพย์ในบ้านเรือน หรือสำนักงานให้รักษาร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้าไปแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของในที่เกิดเหตุจนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง แจ้งความพรากผู้เยาว์ หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) ของผู้เยาว์2. รูปพรรณทรัพย์สินนั้นๆ (ถ้ามี)3. ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่างๆ4. ใบสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับผู้เยาว์ (ถ้ามี) แจ้งความถูกข่มขืนกระทำชำเรา หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. เสื้อผ้าของผู้ที่ถูกข่มขืนฯ ซึ่งมีคราบอสุจิ หรือรอยเปื้อนอย่างอื่นอันเกิดจากการข่มขืนและสิ่งของต่างๆของผู้ต้องหาที่ตกอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ2. ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) ของผู้เสียหาย3. รูปถ่าย หรือที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยตลอดจนหลักฐานอื่นๆ แจ้งความถูกทำร้ายร่างกายและเหตุฆ่าคนตาย ควรดำเนินการดังนี้ 1. ให้ดูแลรักษาสถานที่เกิดเหตุไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้าไปแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ในที่เกิดเหตุ จนกว่าเจ้าพนักงานตำรวจจะไปถึงที่เกิดเหตุ 2. เมื่อพบ มีด ไม้ ปืน ของมีคม หรืออาวุธที่คนร้ายทิ้งไว้ในสถานที่เกิดเหตุ ตลอดจนพยานหลักฐานต่างๆ ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ หากปล่อยทิ้งไว้จะสูญหายหรือเสียหาย ให้นำมามอบเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3. รายละเอียดเท่าที่สามารถบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบ แจ้งความถูกปลอมแปลงเอกสาร หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. ใบสำคัญตัวจริง เช่น โฉนด แบบ น.ส.3 แบบ ส.ค. 1 หนังสือสัญญาใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น2. หนังสือที่ปลอมแปลง3. ตัวอย่างตราที่ใช้ประทับหรือลายเซ็นในหนังสือ แจ้งความถูกฉ้อโกงทรัพย์ หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. หนังสือหรือหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการถูกฉ้อโกง2. หนังสือแสดงการเป็นผู้ครอบครองทรัพย์3. หนังสือหรือหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์ แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์ หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. หนังสือสำคัญที่เป็นหลักฐานว่าได้มีการมอบหมายทรัพย์ให้ไปจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง2. ใบสำคัญแสดงการเป็นเจ้าของ3. สำเนาหรือคำสั่งศาล หรือพินัยกรรมในกรณีผู้กระทำผิดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินผู้อื่นตามคำสั่งของศาลหรือพินัยกรรม แจ้งความยักยอกทรัพย์เกี่ยวกับการเช่าซื้อขาย หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. สัญญาใบเช่าซื้อหรือสำเนา2. ใบสำคัญติดต่อซื้อ ขาย เช่า ยืมหรือฝาก3. ใบสำคัญที่บริษัทห้างร้านออกให้โดยระบุรูปพรรณ ยี่ห้อ สี ขนาดน้ำหนักและเลขหมายประจำตัว แจ้งความทำให้เสียทรัพย์ หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. หลักฐานต่างๆ แสดงการเป็นเจ้าของหรือครอบครองทรัพย์นั้น2. หลักฐานหรือสิ่งของที่เสียหายเท่าที่มีหรือเท่าที่นำไปได้3. หากเป็นของใหญ่โต หรือทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ซึ่งไม่สามารถนำติดตัวไปได้ ให้เก็บรักษาไว้อย่าให้เกิดการเสียหายมาขึ้นกว่าเดิมหรือจัดให้คนเฝ้ารักษาไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป แจ้งความจ่ายเช็คโดยไม่มีเงิน หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ1. เช็คที่ยึดไว้2. หนังสือที่ธนาคารแจ้งขัดข้องหรือปฏิเสธการจ่ายเงิน การประกันตัวผู้ต้องหา ในกรณีที่ท่านต้องการประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในชั้นสอบสวนท่านควรมีหลักฐานต่างๆ ดังต่อไปนี้ติดตัวไปด้วย คือ1. บัตรประจำตัวประชาชน2. หลักทรัพย์ที่จะใช้เป็นหลักประกัน ได้แก่2.1 เงินสด (เงินตราของรัฐบาลไทยเท่านั้น)2.2 โฉนดที่ดินซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาแล้วหรือพนักงานสอบสวนเชื่อว่าที่ดินมีราคาไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน2.3 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก ) ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาแล้ว หรือพนักงานสอบสวนเชื่อว่าที่ดินมีราคาไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนเงินที่ไว้ในสัญญาประกัน2.4 พันธบัตรรัฐบาล2.5 สลากออมสินและสมุดฝากเงินธนาคารประเภทประจำ2.6 ใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร2.7 ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่าย และธนาคารผู้จ่ายได้รับรองตลอดไปแล้ว2.8 ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่าย และธนาคารผู้จ่ายได้รับรองตลอดไปแล้ว2.9 เช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายหรือรับรอง2.10 หนังสือรับรองของธนาคาร เพื่อชำระเบี้ยปรับแทนในกรณีที่ผิดสัญญาประกัน3. ในกรณีที่ผู้ยื่นขอประกันมีครอบครัวแล้วจะต้องทำหนังสือแสดงการอนุญาตจากสามีหรือภรรยาแล้วแต่กรณีไปด้วย วิธีการปฏิบัติ 1. ให้ผู้ที่จะมาขอประกันตัวผู้ต้องหา พบและยื่นคำร้องต่อพนักงานสอบสวนที่จะปฏิบัติหน้าที่อยู่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของคดีหรือไม่ก็ตาม2. หากไม่อาจเขียนคำร้องประกันได้เอง ให้ร้องขอต่อพนักงานสอบสวนเพื่อสั่งเจ้าหน้าที่ช่วยเขียนคำร้องให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ3. เมื่อพนักงานสอบสวนรับคำร้องแล้ว ให้ขอหลักฐานการรับสัญญาประกันซึ่ง ต้องลงเวลารับคำร้องไว้ด้วย4. เจ้าพนักงานจะพิจารณา แจ้งผลการสั่งคำร้องให้เสร็จภายใน 24ชั่วโมง นับแต่ เวลาที่รับคำร้อง5. หากไม่ได้รับความสะดวกหรือล่าช้า ให้รีบเข้าพบแจ้งต่อสารวัตรหรือสารวัตร หัวหน้างานคนใดคนหนึ่งทราบทันที6. ในการยื่นและขอประกันตัวผู้ต้องหานี้ เป็นดุลยพินิจของเจ้าพนักงานตำรวจที่ จะให้ประกันหรือไม่ให้ประกันก็ได้โดยจะพิจารณาถึง6.1 ความหนักเบาแห่งข้อหา6.2 พยานหลักฐานที่สอบสวนไปแล้วมีเพียงใด6.3 พฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีเป็นอย่างใด6.4 เชื่อถือผู้ร้องขอประกันได้เพียงใด6.5 ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใด หรือไม่ ผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีหรือไม่7. หากพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวไปได้ก็จะนำ สัญญาประกันและผู้ยื่นประกันลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน8. หากเจ้าพนักงานตำรวจไม่อนุญาตให้ประกัน อันสืบเนื่องจากเหตุในข้อ 6 ก็จะแจ้งให้นายประกันทราบและคืนหลักทรัพย์ไป การใช้บุคคลเป็นประกัน คำสั่งกรมตำรวจ ที่ 622/2536 ลงวันที่ 15 เมษายน 2536เรื่อง การใช้บุคคลเป็นประกัน หรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวกระทรวงมหาดไทยและกรมตำรวจ มีนโยบายอำนวยความสะดวก ในการให้บริการแก่ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการใช้บุคคลเป็นประกันหรือ หลักประกันในการปล่อยชั่วคราวตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 110 และมาตรา 114 วรรคสองบุคคล– ข้าราชการพลเรือนระดับ 3 ถึง 5 หรือข้าราชการอื่นที่เทียบเท่า– ข้าราชการทหารหรือตำรวจที่มียศ ตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรีหรือร้อยตำรวจตรีถึงพันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรีหรือพันตำรวจตรี– ข้าราชการบำนาญตั้งแต่ระดับ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป– พนักงานรัฐวิสาหกิจในระดับเดียว กับข้าราชการประจำ– สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร– สมาชิกสภาจังหวัด– สมาชิกสภาเทศบาล– สมาชิกสภาเมืองพัทยา– สมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร– กรรมการสุขาภิบาล– กำนันทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเองได้ในวงเงินไม่เกินหกหมื่นบาทบุคคล– ผู้ใหญ่บ้าน– ข้าราชการพลเรือนระดับ 6 ถึง 8 หรือข้าราชการอื่นที่เทียบเท่า– ข้าราชการทหารหรือตำรวจที่มียศ ตั้งแต่พันโท นาวาโท นาวาอากาศโทหรือพันตำรวจโทถึงพันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอกหรือพันตำรวจเอกพนักงานรัฐวิสาหกิจในระดับเดียว กับข้าราชการประจำทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเอง ได้ในวงเงินไม่เกินสองแสนบาท- ข้าราชการตุลาการหรืออัยการตั้งแต่ ชั้น 1 ถึง 2บุคคล-ผู้ใหญ่บ้าน– ข้าราชการพลเรือนระดับ 9 ถึง 10 หรือข้าราชการอื่นที่เทียบเท่า– ข้าราชการทหารหรือตำรวจที่มียศ ตั้งแต่พันเอก นาวาเอกนาวาอากาศเอกหรือ พันตำรวจเอกที่ได้รับ อัตราเงินเดือนพันเอก(พิเศษ)นาวาเอก(พิเศษ) นาวาอากาศเอก- (พิเศษ)หรือพันตำรวจเอก(พิเศษ)– ข้าราชการตุลาการหรืออัยการตั้งแต่ ชั้น 1 ถึง 2– พนักงานรัฐวิสาหกิจในระดับเดียว กับข้าราชการประจำทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเองได้ในวงเงินไม่เกินสองแสนบาท– ข้าราชการพลเรือนระดับ 11 หรือข้าราชการอื่นที่เทียบเท่า– ข้าราชการทหารหรือตำรวจที่มียศ ตั้งแต่พลโท พลเรือโท พลอากาศโท หรือพลตำรวจโท– ข้าราชการตุลาการหรืออัยการตั้งแต่ ชั้น 5 ขึ้นไป– พนักงานรัฐวิสาหกิจในระดับเดียว กับข้าราชการประจำ– สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการการเมือง หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเองได้ในวงเงินไม่เกินสองแสนบาท– ให้ผู้ที่ขอทำสัญญาประกันแสดงบัตรประจำตัวต่อพนักงานสอบสวน ผู้รับผิดชอบ พิจารณาอนุญาตโดยไม่ชักช้า– ในกรณีจำเป็นเพื่อทราบเกี่ยวกับสถานะ ระดับ อัตราเงินเดือนหรือ ภาระผูกพัน อื่นใด อาจให้ผู้ยื่นประกันแสดงหนังสือรับรองจาก ต้นสังกัดและภาระผูกพันนั้น ภายในห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้ รับอนุญาตให้ประกัน– กรณีบุคคลใดได้ทำสัญญาประกันผู้อื่นหรือตนเองไว้ แต่หลัก ประกันยังไม่เป็นการ เพียงพอ ให้ใช้บุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติตาม ที่กำหนดไว้หรือใช้หลักทรัพย์อื่นเป็นหลักประกันเพิ่มเติมได้ การขอถอนหลักทรัพย์ นายประกันจะต้องนำใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาสัญญาประกันตัวผู้ต้องหามาตรวจสอบผลคดีเสียก่อนถ้าผลคดีเสร็จสิ้นก็มอบให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการถอนโดยนำบัตรประจำตัวประชาชนของนายประกันมาแสดงด้วยกรณีนายประกันไม่สามารถมาขอถอนหรือรับหลักฐานด้วยตนเองได้ ก็ให้ทำใบมอบฉันทะแล้ว นำมาแสดงด้วยเพื่อเป็นหลักฐานหมายเหตุ : เพื่อความสะดวกในการติดต่อราชการกับหน่วยราชการต่างๆท่านควรมีหลักฐานดังต่อไปนี้ ติดประจำตัวไว้เสมอ คือ(1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน(2) สำเนาทะเบียนบ้าน การขออนุญาตต่างๆ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขออนุญาตต่างๆ จึงได้จัดทำเอกสารแนะนำดังต่อไปนี้1. การขออนุญาตแสดงมหรสพชั่วคราวกรุงเทพมหานคร :ยื่นคำร้องต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่เป็นผู้พิจารณาอนุญาตต่างจังหวัด :ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ นายอำเภอเป็นผู้อนุญาตเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ทางอำเภอจะแจ้งให้ตำรวจท้องที่ทราบต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่ต้องขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงด้วย (ถ้ามี)เลิกแสดงมหรสพเวลา 24.00 น.2. การขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงกรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเขตต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่แล้วนำคำร้องมายื่นต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับท้องที่เพื่อพิจารณามีความเห็นก่อนแล้วนำกลับไปยังเขตหรืออำเภอเพื่ออนุญาตต่อไป3. การขออนุญาตจุดดอกไม้เพลิงกรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่เพื่อเสนอเรื่องตามลำดับชั้นให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นผู้พิจารณาอนุญาตต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่4. การขออนุญาตแสดงมหรสพงิ้วกรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่พร้อมบทประพันธ์ และคำแปลภาษาไทย, รายชื่อผู้แสดงแผนผังสถานที่และคำยินยอมของเจ้าของสถานที่ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่พร้อมบทประพันธ์และคำแปลภาษาไทย, รายชื่อผู้แสดงแผนผังสถานที่และคำยินยอมของเจ้าของสถานที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาอนุญาต5. การขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืนกรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อแผนกอาวุธปืนกองทะเบียน กรมตำรวจต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่6. การขออนุญาตพกอาวุธปืนติดตัว: ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ ทางอำเภอยื่นเรื่องราวต่อไปยังจังหวัด ในเขตจังหวัดผู้ว่าราชการเป็นผู้อนุญาตหากทั่วราชอาณาจักร อธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้อนุญาตโดยยื่นผ่านกองทะเบียนกรมตำรวจ (เป็นข้าราชการต้องมีคำรับรองความประพฤติและความจำเป็นจากผู้บังคับบัญชาส่วนนอกนั้น ต้องมีคำรับรองจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน)7. การขอรับโอนมรดกอาวุธปืนปฏิบัติเช่นเดียวกับการขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืนใบมรณบัตรของผู้ตายหนังสือพินัยกรรมของผู้ตาย หรือคำสั่งของศาลให้เป็นผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)ต้องแจ้งขอรับโอนภายใน 15 วันนับแต่วันรับมรดก8. การขออนุญาตเล่นการพนันประเภทต่างๆได้แก่การพนันไพ่ต่างๆ,ชกมวย, วัวลาน, และสะบ้าบ่อนกรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่นายอำเภอเป็นผู้อนุญาตแผนผังบริเวณบ้านที่เล่นการพนัน9. การขออนุญาตฆ่าสุกร วัว ควายกรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเขตต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอหรือประธานกรรมการสุขาภิบาล10. การขออนุญาตตั้งสมาคมกรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องที่สภาวัฒนธรรมแห่งชาติจากนั้นเรื่องจะส่งต่อไปที่แผนก 5 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล(อาคาร 20 ภายในบริเวณกรมตำรวจ)ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ เรื่องจะส่งต่อไปยังจังหวัด จากนั้นจะส่งไปสภาวัฒนธรรมแห่งชาติกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้พิจารณา11. การขออนุญาตทำหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ ( พาสปอร์ต )กรุงเทพมหานคร :ยื่นคำร้องต่อกองหนังสือเดินทางกระทรวงต่างประเทศและสาขาย่อยรังสิต โทร 531 – 8441ต่างจังหวัด :ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่แล้วจังหวัด ส่งต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศพิจารณา12. การขออนุญาตเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อสถานีตำรวจท้องที่ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่ออุตสาหกรรมจังหวัด13. การขออนุญาตขับขี่รถยนตร์และรถจักรยานยนตร์กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อกรมการขนส่งทางบกของแต่ละเขตต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อกรมการขนส่งจังหวัด